อนุสิทธิ์พาเที่ยววัด&โบราณสถาน

อนุสิทธิ์พาเที่ยววัด&โบราณสถาน

@combat1982

ผมตั้งใจทำคลิปวัด&โบราณสถานที่สำคัญของไทยเพื่อเป็นประโยชน์แก่คนรุ่นหลังได้ศึกษาและภูมิใจในความเป็นไทยของเรา สามารถนำคลิปของผมไปเป็นวิทยาทานได้ FB:อนุสิทธิ์ แบ็ต

อนุสิทธิ์พาเที่ยววัด&โบราณสถาน صانع محتوى على تيك توك، لديه 75.5K متابع و2.7M إعجاب. يحصد كل فيديو في المتوسط 134.6K مشاهدة، بمعدل تفاعل 5.4%. أكثر الوسوم استخدامًا: #battery776، #ayutaya و#chaingmai.

75.5K
المتابعون
9K
يتابع
2.7M
الإعجابات
134.6K
متوسط المشاهدات
معدل التفاعل: 5.4% تايلاند 🗣️ التايلاندية
75.5K
المتابعون
2.7M
إجمالي الإعجابات
134.6K
متوسط المشاهدات
666
الفيديوهات
9K
يتابع
108.2K
المفضلة
5.4%
معدل التفاعل

النمو والتوقعات

−100
المتابعون / 19d
+0
إجمالي الإعجابات / 19d
75.5K
توقع 7 أيام (المتابعون)
75.3K
توقع 30 يومًا (المتابعون)

−100 متابع في آخر 19 يومًا. التوقع: 75.5K متابع خلال 7 أيام، 75.3K خلال 30 يومًا (2.7M إعجاب).

الأرباح التقديرية

السعر التقديري للمنشور الإعلاني الواحد: من $375 إلى $1.9K، بناءً على نحو 5 إلى 25 دولارًا لكل 1000 متابع. هذا تقدير مبني على حجم الجمهور وليس دخلًا مُعلنًا.

النمو بمرور الوقت

المتابعون

جارٍ التحميل…

إجمالي الإعجابات

جارٍ التحميل…

متوسط المشاهدات

جارٍ التحميل…

الوصول %

جارٍ التحميل…

آخر تحديث:

حساب تيك توك

أحدث الفيديوهات

ขอเชิญชมเรื่องราวความประทับใจของแม่นางปลื้มผู้ซึ่งมีความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราช#วัดแม่นางปลื้ม#ศรีอโยธยา#รากไทย#battery776#tiktok#fyp#อยุธยา#ayutaya
▶
▶ 347.4K ❤ 0 💬 0

ขอเชิญชมเรื่องราวความประทับใจของแม่นางปลื้มผู้ซึ่งมีความจงรักภักดีต่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราช#วัดแม่นางปลื้ม#ศรีอโยธยา#รากไทย#battery776#tiktok#fyp#อยุธยา#ayutaya

ขอเชิญชมตำนานและความสวยงามของพระอจนะหรือพระพูดได้ ณ วัดศรีชุม#สุโขทัย###วัดศรีชุม#battery776#fyp#วัด#ออเจ้า
▶
▶ 444.7K ❤ 0 💬 0

ขอเชิญชมตำนานและความสวยงามของพระอจนะหรือพระพูดได้ ณ วัดศรีชุม#สุโขทัย###วัดศรีชุม#battery776#fyp#วัด#ออเจ้า

วัดโพธารามมหาวิหาร (วัดเจ็ดยอด) จังหวัดเชียงใหม่ วัดมหาโพธารามเป็นวัดเก่าแก่ที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ทางหลวงซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง ภายในวัดจัดแบ่งสัดส่วนได้เป็นอย่างดี มีความร่มรื่นสวยงามของต้นไม้และการตกแต่งภายในบริเวณตามความเก่าแก่ได้อย่างเหมาะสม วัดโพธารามมหาวิหารเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญมากในอดีตต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันเนื่องจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นแหล่งยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คนทั้งอดีตและปัจจุบัน วัดโพธารามมหาวิหารมีศาสนสถานภายในบริเวณมากมาย วัดมหาโพธารามหรือวัดเจ็ดยอดเป็นโบราณสถานอันขึ้นชื่อของเชียงใหม่ด้วยมีสถาปัตยกรรมอันสง่างาม ทรงยอดปรางค์แบบพุทธคยาอินเดียมีอยู่เจ็ดยอดด้วยกันและมีลายปูนปั้นที่ฐานพระเจดีย์ รูปเทวดายืนและนั่ง เรียงรายโดยรอบเป็นการคุ้มครองปกป้องรักษาสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์นี้ ฝีมือการปั้นปูนไม่ว่าจะเป็นรูปเทวดาหรือลวดลายล้วนงามอย่างวิเศษ ประวัติวัดเจ็ดยอดหรือวัดมหาโพธารามนี้ว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าติโลกราช พระองค์โปรดให้ปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่นำมาด้วยในครั้งนั้น วัดนี้จึงมีชื่อว่า “วัดมหาโพธาราม” และโปรดให้สร้างสัตต มหาสถาน คือ สถานที่ ๗ แห่งที่พระพุทธเจ้าเสวยวิมุตติสุขภายหลังการตรัสรู้ แห่งละ ๗ วัน รวมเป็น ๔๙ วัน อันประกอบด้วย รัตนบัลลังก์ อนิมิสเจดีย์ รัตนจงกรม รัตนฆรเจดีย์ อัชปาลนิโครธ (ต้นไทร) สระมุจลินท์ (ต้นจิก) และ ราชายตนะ(ต้นเกด) วัดมหาโพ-ธารามยังเป็นสถานที่ทำสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๘ ในรัชสมัยของพระเจ้าติโลกราช เมื่อปี พ.ศ.๒๐๒๐ นับเป็นครั้งแรกของดินแดนไทย ณ วัดมหาโพธารามนี้ใช้เวลา ๑ ปี จึงจะสำเร็จ เรียกได้ว่าเป็นการชำระตรวจสอบความถูกต้องโดยใช้ตัวอักษรธรรมล้านนาจารึกเป็นภาษาพระไตรปิฎกขึ้นเป็นครั้งแรก ณ วัดเจ็ดยอดแห่งนี้ โดยมีพระธรรมทินมหาเถระเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พระเจ้าติโลกราชเป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์ ซึ่งรูปแบบแผนผังและศิลปกรรมของวิหารมหาโพธิ์มีลักษณะเดียวกับวิหารมหาโพธิ์ที่พระพุทธคยาในประเทศอินเดีย คือ มีวิหารต้นพระศรีมหาโพธิ์และมีสัตตมหาสถานตามตำแหน่งเดียวกัน ส่วนรูปแบบอาคารเป็นทรงศิขรแบบศิลปะภาคเหนือ และแนวคิดในการออกแบบอันแสดงถึงสถานที่ตรัสรู้ ได้แก่ ต้นพรศรีมหาโพธิ์หรือโพธิบังลังก์ คือ สถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ ที่ผนังวิหารประดับเทวดาปูนปั้นอันหมายถึงเทพชุมนุมในคราวที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ ปรากฏทวยเทพจากหมื่นจักรวาลลงมาแสดงความยินดี พร้อมดอกไม้ทิพย์โปรยปรายลงมาลักษณะทางศิลปกรรม เครื่องทรงเทวดาได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะลังกา ส่วนลวดลายดอกไม้ร่วงเป็นอิทธิพลศิลปะจีน ภายในวัดแห่งนี้ยังปรากฏงานศิลปกรรมที่สำคัญที่สร้างขึ้นในภายหลัง เช่น กู่ที่บรรจุพระเจ้าติโลกราชที่พระเจ้ายอดเชียงรายโปรดให้สร้างขึ้นบริเวณที่ถวายพระเพลิงพระศพของพระเจ้าติโลกราช ในปี พ.ศ.๒๐๓๔พระอุโบสถและกู่พระแก่นจันทน์ที่สร้างขึ้นเมื่อคราวบูรณะในสมัยพระเมืองแก้วอีกด้วย วัดมหาโพธารามแห่งนี้มีความสำคัญต่อชาวเชียงใหม่เป็นอย่างมาก ทั้งคุณค่าทางด้านจิตใจ และคุณค่าทางด้านเศรษฐกิจ เพราะว่าวัดมหาโพธารามแห่งนี้มีความเก่าแก่ทางด้านศิลปะ รูปแบบวัดดั้งเดิม ทั้งยังมีสัตมหาสถานจำลองที่สำคัญภายในวัดแห่งนี้ด้วย ทั้งนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการร่วมกันอนุรักษ์ สืบทอดและเผยแพร่วัตถุทรงคุณค่าเหล่านี้ไว้ในฐานะเยาวชนคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวต่างถิ่น #วัดโพธารามมหาวิหาร  #วัดเจ็ดยอด #เชียงใหม่ #chaingmai #unseen
▶
▶ 44.4K ❤ 0 💬 0

วัดโพธารามมหาวิหาร (วัดเจ็ดยอด) จังหวัดเชียงใหม่ วัดมหาโพธารามเป็นวัดเก่าแก่ที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ทางหลวงซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง ภายในวัดจัดแบ่งสัดส่วนได้เป็นอย่างดี มีความร่มรื่นสวยงามของต้นไม้และการตกแต่งภายในบริเวณตามความเก่าแก่ได้อย่างเหมาะสม วัดโพธารามมหาวิหารเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญมากในอดีตต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันเนื่องจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นแหล่งยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คนทั้งอดีตและปัจจุบัน วัดโพธารามมหาวิหารมีศาสนสถานภายในบริเวณมากมาย วัดมหาโพธารามหรือวัดเจ็ดยอดเป็นโบราณสถานอันขึ้นชื่อของเชียงใหม่ด้วยมีสถาปัตยกรรมอันสง่างาม ทรงยอดปรางค์แบบพุทธคยาอินเดียมีอยู่เจ็ดยอดด้วยกันและมีลายปูนปั้นที่ฐานพระเจดีย์ รูปเทวดายืนและนั่ง เรียงรายโดยรอบเป็นการคุ้มครองปกป้องรักษาสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์นี้ ฝีมือการปั้นปูนไม่ว่าจะเป็นรูปเทวดาหรือลวดลายล้วนงามอย่างวิเศษ ประวัติวัดเจ็ดยอดหรือวัดมหาโพธารามนี้ว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าติโลกราช พระองค์โปรดให้ปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่นำมาด้วยในครั้งนั้น วัดนี้จึงมีชื่อว่า “วัดมหาโพธาราม” และโปรดให้สร้างสัตต มหาสถาน คือ สถานที่ ๗ แห่งที่พระพุทธเจ้าเสวยวิมุตติสุขภายหลังการตรัสรู้ แห่งละ ๗ วัน รวมเป็น ๔๙ วัน อันประกอบด้วย รัตนบัลลังก์ อนิมิสเจดีย์ รัตนจงกรม รัตนฆรเจดีย์ อัชปาลนิโครธ (ต้นไทร) สระมุจลินท์ (ต้นจิก) และ ราชายตนะ(ต้นเกด) วัดมหาโพ-ธารามยังเป็นสถานที่ทำสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ ๘ ในรัชสมัยของพระเจ้าติโลกราช เมื่อปี พ.ศ.๒๐๒๐ นับเป็นครั้งแรกของดินแดนไทย ณ วัดมหาโพธารามนี้ใช้เวลา ๑ ปี จึงจะสำเร็จ เรียกได้ว่าเป็นการชำระตรวจสอบความถูกต้องโดยใช้ตัวอักษรธรรมล้านนาจารึกเป็นภาษาพระไตรปิฎกขึ้นเป็นครั้งแรก ณ วัดเจ็ดยอดแห่งนี้ โดยมีพระธรรมทินมหาเถระเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พระเจ้าติโลกราชเป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์ ซึ่งรูปแบบแผนผังและศิลปกรรมของวิหารมหาโพธิ์มีลักษณะเดียวกับวิหารมหาโพธิ์ที่พระพุทธคยาในประเทศอินเดีย คือ มีวิหารต้นพระศรีมหาโพธิ์และมีสัตตมหาสถานตามตำแหน่งเดียวกัน ส่วนรูปแบบอาคารเป็นทรงศิขรแบบศิลปะภาคเหนือ และแนวคิดในการออกแบบอันแสดงถึงสถานที่ตรัสรู้ ได้แก่ ต้นพรศรีมหาโพธิ์หรือโพธิบังลังก์ คือ สถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ ที่ผนังวิหารประดับเทวดาปูนปั้นอันหมายถึงเทพชุมนุมในคราวที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ ปรากฏทวยเทพจากหมื่นจักรวาลลงมาแสดงความยินดี พร้อมดอกไม้ทิพย์โปรยปรายลงมาลักษณะทางศิลปกรรม เครื่องทรงเทวดาได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะลังกา ส่วนลวดลายดอกไม้ร่วงเป็นอิทธิพลศิลปะจีน ภายในวัดแห่งนี้ยังปรากฏงานศิลปกรรมที่สำคัญที่สร้างขึ้นในภายหลัง เช่น กู่ที่บรรจุพระเจ้าติโลกราชที่พระเจ้ายอดเชียงรายโปรดให้สร้างขึ้นบริเวณที่ถวายพระเพลิงพระศพของพระเจ้าติโลกราช ในปี พ.ศ.๒๐๓๔พระอุโบสถและกู่พระแก่นจันทน์ที่สร้างขึ้นเมื่อคราวบูรณะในสมัยพระเมืองแก้วอีกด้วย วัดมหาโพธารามแห่งนี้มีความสำคัญต่อชาวเชียงใหม่เป็นอย่างมาก ทั้งคุณค่าทางด้านจิตใจ และคุณค่าทางด้านเศรษฐกิจ เพราะว่าวัดมหาโพธารามแห่งนี้มีความเก่าแก่ทางด้านศิลปะ รูปแบบวัดดั้งเดิม ทั้งยังมีสัตมหาสถานจำลองที่สำคัญภายในวัดแห่งนี้ด้วย ทั้งนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นในการร่วมกันอนุรักษ์ สืบทอดและเผยแพร่วัตถุทรงคุณค่าเหล่านี้ไว้ในฐานะเยาวชนคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวต่างถิ่น #วัดโพธารามมหาวิหาร #วัดเจ็ดยอด #เชียงใหม่ #chaingmai #unseen

วัดป่าดาราภิรมย์ ชุมชนชาวล้านนาในเขตบ้านหมื่นถ้อยน้ำงาม ตำบลริมใต้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่แห่งนี้เดิมเคยเป็นป่าช้าทิ้งร้างที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับเขตพระตำหนักดาราภิรมย์ของเจ้าดารารัศมี ต่อมาหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ได้ธุดงค์มาพำนักและบำเพ็ญกรรมฐานที่ป่าช้าแห่งนี้ หลังจากนั้นก็มีพระสงฆ์เข้ามาบำเพ็ญกรรมฐานกันมากขึ้น ชาวบ้านจึงเกิดความศรัทธาร่วมแรงร่วมใจกันสร้างวัดขึ้นชื่อว่า วัดป่าวิเวกจิตตาราม หรือวัดป่าเรไร ถวายเพื่อให้ใช้ในกิจการสงฆ์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2484 เจ้าลดาคำ ณ เชียงใหม่ ทายาทของเจ้าดารารัศมี ได้ถวายที่ดินที่อยู่ในเขตพระราชฐานพระตำหนักเจ้าดารารัศมีให้แก่วัด และเปลี่ยนชื่อมาเป็นวัดป่าดาราภิรมย์มาตามพระนามของพระราชชายา “เจ้าดารารัศมี” พระราชธิดาในพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าเมืองเชียงใหม่ ที่ได้ถวายตัวเป็นพระภรรยาเจ้าในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นการสมรสเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างล้านนากับสยาม และเมื่อมีการก่อตั้งชุมชนของชาวล้านนาขึ้นบริเวณโดยรอบ จึงถูกเรียกว่า "ชุมชนชาวล้านนาวัดป่าดาราภิรมย์" ตามสถานที่สำคัญที่ตั้งอยู่ก่อนแล้ว  วัดป่าดาราภิรมย์ ตั้งอยู่ด้านหลังที่ว่าการอำเภอแม่ริม และค่ายดารารัศมี ภายในวัดนอกจากความงดงามของสถาปัตยกรรมแบบล้านนาแล้ว ยังมีสิ่งน่าสนใจต่าง ๆ อาทิ พระอุโบสถ พระราชชายาเจ้าดารารัศมี อาคารหลักภายในวัด ก่อสร้างตามรูปแบบศิลปะล้านนา หลังคาซ้อนสองชั้น ช่อฟ้าและหางหงส์เป็นรูปสัตว์ในป่าหิมพานต์ หน้าบันประดับด้วยลายดอกไม้และก้านไม้  ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปพระสยัมภูโลกนาถ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิศิลปะแบบสุโขทัย พระวิหารหอคำหลวง พระวิหารหอคำหลวง เป็นวิหารที่สร้างในวโรกาสที่วัดได้รับสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง ในปี พ.ศ. 2542 และถวายพระราชกุศลแด่พระราชชายาเจ้าดารารัศมี เป็นศิลปล้านนา จำลองมาจากหอคำของเจ้าหลวงเชียงใหม่ในสมัยโบรา เป็นที่รวมศิลปการแกะสลัก ปูนปั้นและลายคำแบบล้านนา ภายในประดิษฐานพระประธานทรงเครื่อง พร้อมพระบรมสารีริกธาตุ และแวดล้อมด้วยพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ หอกิตติคุณ หอกิตติคุณ สร้างด้วยสถาปัตยกรรมของอาคารแบบศิลปะล้านนาผสมผสานศิลปะไทยลื้อชั้นเดียว หลังคามุงกระเบื้องเคลือบสีน้ำตาลไหม้ ปักฉัตรสีทอง ตรงกลางประดับช่อฟ้ารูปนกหัสดีลิงค์ สันหลังคาประดับลวดลายปูนปั้นรูปตัวลวง (ลักษณะคล้ายมังกรผสมสิงห์มีปีก) หน้าบันประดับตราประทับเจ้าคณะภาค 4-5-6-7 (ธ) มีประดูทางเข้าสองทาง ด้านทิศใต้และด้านทิศเหนือ มีมุขยื่นออกไปคลุมบันได หน้าบันไดทั้งสองด้านประดับสิงห์คู่ศิลปะไทยลื้อ ประกอบเสาหน้ามุขสองต้นประดับลวดลายลงรักปิดทองรูปหม้อดอกปูรณฆฏะและลาย เครือเถาว์แบบล้านนาที่งดงามยิ่ง เหนือประตูทางเข้าประดับลวดลายแกะสลักพญานาคพันกัน อันหมายถึงปีนักษัตริย์ของพระเดชพระคุณท่าน คือปีมะเส็ง ภายในเป็นห้องโถง ด้านทิศตะวันตกประดิษฐานพระปฏิมาประธาน ด้านทิศตะวันออกประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งพระเดชพระคุณพระพุทธพจนวราภรณ์ในสมัย ที่ดำรงสมณศักดิ์พระราชาคณะชั้นธรรมที่พระธรรมดิลก นอกจากนี้ยังมีตู้จัดแสดงความเป็นมาของสมณศักดิ์ พัดยศ สัญญาบัตร ตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งพระครูสัญญาบัตรจนถึงปัจจุบัน รวมถึงรูปภาพโบราณ ศิลปวัตถุ โล่รางวัลเกียรติยศที่สถาบันต่าง ๆ พระบรมธาตุเจดีย์พระพุทธบาทสี่รอย พระบรมธาตุเจดีย์พระพุทธบาทสี่รอย เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง และพระบรมสารีริกธาตุซึ่งได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรนิเวศวิหาร ศิลปกรรมในพระธาตุเป็นศิลปะล้านนาประยุกต์ ภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาทสี่รอยจำลอง มีพระประธานแบบศิลปะสุโขทัยประยุกต์ลงรักปิดทอง หอแก้ว หอแก้วหรือมณฑปพระจุฬามณีศรีบรมธาตุ ชั้นบนเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงของใช้ส่วนพระองค์ของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ด้านในมณฑปประดิษฐานพระพุทธรูปไว้หลายองค์ รวมทั้งพระธาตุของพระเกจิดังสายหลวงปู่มั่น
▶
▶ 30.6K ❤ 0 💬 0

วัดป่าดาราภิรมย์ ชุมชนชาวล้านนาในเขตบ้านหมื่นถ้อยน้ำงาม ตำบลริมใต้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่แห่งนี้เดิมเคยเป็นป่าช้าทิ้งร้างที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับเขตพระตำหนักดาราภิรมย์ของเจ้าดารารัศมี ต่อมาหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ได้ธุดงค์มาพำนักและบำเพ็ญกรรมฐานที่ป่าช้าแห่งนี้ หลังจากนั้นก็มีพระสงฆ์เข้ามาบำเพ็ญกรรมฐานกันมากขึ้น ชาวบ้านจึงเกิดความศรัทธาร่วมแรงร่วมใจกันสร้างวัดขึ้นชื่อว่า วัดป่าวิเวกจิตตาราม หรือวัดป่าเรไร ถวายเพื่อให้ใช้ในกิจการสงฆ์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2484 เจ้าลดาคำ ณ เชียงใหม่ ทายาทของเจ้าดารารัศมี ได้ถวายที่ดินที่อยู่ในเขตพระราชฐานพระตำหนักเจ้าดารารัศมีให้แก่วัด และเปลี่ยนชื่อมาเป็นวัดป่าดาราภิรมย์มาตามพระนามของพระราชชายา “เจ้าดารารัศมี” พระราชธิดาในพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าเมืองเชียงใหม่ ที่ได้ถวายตัวเป็นพระภรรยาเจ้าในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งเป็นการสมรสเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างล้านนากับสยาม และเมื่อมีการก่อตั้งชุมชนของชาวล้านนาขึ้นบริเวณโดยรอบ จึงถูกเรียกว่า "ชุมชนชาวล้านนาวัดป่าดาราภิรมย์" ตามสถานที่สำคัญที่ตั้งอยู่ก่อนแล้ว วัดป่าดาราภิรมย์ ตั้งอยู่ด้านหลังที่ว่าการอำเภอแม่ริม และค่ายดารารัศมี ภายในวัดนอกจากความงดงามของสถาปัตยกรรมแบบล้านนาแล้ว ยังมีสิ่งน่าสนใจต่าง ๆ อาทิ พระอุโบสถ พระราชชายาเจ้าดารารัศมี อาคารหลักภายในวัด ก่อสร้างตามรูปแบบศิลปะล้านนา หลังคาซ้อนสองชั้น ช่อฟ้าและหางหงส์เป็นรูปสัตว์ในป่าหิมพานต์ หน้าบันประดับด้วยลายดอกไม้และก้านไม้ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปพระสยัมภูโลกนาถ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิศิลปะแบบสุโขทัย พระวิหารหอคำหลวง พระวิหารหอคำหลวง เป็นวิหารที่สร้างในวโรกาสที่วัดได้รับสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง ในปี พ.ศ. 2542 และถวายพระราชกุศลแด่พระราชชายาเจ้าดารารัศมี เป็นศิลปล้านนา จำลองมาจากหอคำของเจ้าหลวงเชียงใหม่ในสมัยโบรา เป็นที่รวมศิลปการแกะสลัก ปูนปั้นและลายคำแบบล้านนา ภายในประดิษฐานพระประธานทรงเครื่อง พร้อมพระบรมสารีริกธาตุ และแวดล้อมด้วยพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ หอกิตติคุณ หอกิตติคุณ สร้างด้วยสถาปัตยกรรมของอาคารแบบศิลปะล้านนาผสมผสานศิลปะไทยลื้อชั้นเดียว หลังคามุงกระเบื้องเคลือบสีน้ำตาลไหม้ ปักฉัตรสีทอง ตรงกลางประดับช่อฟ้ารูปนกหัสดีลิงค์ สันหลังคาประดับลวดลายปูนปั้นรูปตัวลวง (ลักษณะคล้ายมังกรผสมสิงห์มีปีก) หน้าบันประดับตราประทับเจ้าคณะภาค 4-5-6-7 (ธ) มีประดูทางเข้าสองทาง ด้านทิศใต้และด้านทิศเหนือ มีมุขยื่นออกไปคลุมบันได หน้าบันไดทั้งสองด้านประดับสิงห์คู่ศิลปะไทยลื้อ ประกอบเสาหน้ามุขสองต้นประดับลวดลายลงรักปิดทองรูปหม้อดอกปูรณฆฏะและลาย เครือเถาว์แบบล้านนาที่งดงามยิ่ง เหนือประตูทางเข้าประดับลวดลายแกะสลักพญานาคพันกัน อันหมายถึงปีนักษัตริย์ของพระเดชพระคุณท่าน คือปีมะเส็ง ภายในเป็นห้องโถง ด้านทิศตะวันตกประดิษฐานพระปฏิมาประธาน ด้านทิศตะวันออกประดิษฐานหุ่นขี้ผึ้งพระเดชพระคุณพระพุทธพจนวราภรณ์ในสมัย ที่ดำรงสมณศักดิ์พระราชาคณะชั้นธรรมที่พระธรรมดิลก นอกจากนี้ยังมีตู้จัดแสดงความเป็นมาของสมณศักดิ์ พัดยศ สัญญาบัตร ตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งพระครูสัญญาบัตรจนถึงปัจจุบัน รวมถึงรูปภาพโบราณ ศิลปวัตถุ โล่รางวัลเกียรติยศที่สถาบันต่าง ๆ พระบรมธาตุเจดีย์พระพุทธบาทสี่รอย พระบรมธาตุเจดีย์พระพุทธบาทสี่รอย เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง และพระบรมสารีริกธาตุซึ่งได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรนิเวศวิหาร ศิลปกรรมในพระธาตุเป็นศิลปะล้านนาประยุกต์ ภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาทสี่รอยจำลอง มีพระประธานแบบศิลปะสุโขทัยประยุกต์ลงรักปิดทอง หอแก้ว หอแก้วหรือมณฑปพระจุฬามณีศรีบรมธาตุ ชั้นบนเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงของใช้ส่วนพระองค์ของพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ด้านในมณฑปประดิษฐานพระพุทธรูปไว้หลายองค์ รวมทั้งพระธาตุของพระเกจิดังสายหลวงปู่มั่น

วัดโลกโมฬี ตั้งอยู่บน ถนนมณีนพรัตน์ ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ จัดว่าเป็นวัดสวยเก่าแก่แบบล้านนา ที่ยังสวยงามๆ โดยภายในวัดจะมี พระวิหารไม้ ที่แกะสลักด้วยลวดลายแบบโบราณ                  ประตูทางเข้าวัดก็จะก่อด้วยอิฐ ลักษณะเป็นแบบโค้งมน มีช่องประตูที่อยู่ตรงกันกับพระวิหารไม้ ตรงนี้เป็นมุมยอดฮิตถ่ายรูปสวยเลย นอกจากนี้ ก็ยังมี องค์พระเจดีย์โบราณขนาดใหญ่ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ที่ประดิษฐานอยู่ภายในวัดมากมาย ให้ได้กราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลกัน                                      เจดีย์วัดโลกโมฬี ในปัจจุบันที่เห็นนั้น จะเป็นเจดีย์ที่สร้างในปลายพุทธศตวรรษที่ 21 อายุกว่า 500 ปี ตำนานกล่าวไว้ว่า สร้างขึ้นในสมัยรัชกาล พระเมืองเกศเกล้า เมื่อปี พ.ศ.2071 เป็น เจดีย์ทรงปราสาท ที่ได้มีการพัฒนามาอย่างเรื่อยๆ จนเหมือนที่เห็นในปัจจุบัน อีกไฮไลท์ของวัด ก็คือ การได้ ทรงน้ำพระที่บนยอดเจดีย์ โดยจะทางวัดจะมีรอกให้ตักน้ำและให้เราชักขึ้นไปค่ะ เป็นการทรงน้ำพระที่แปลกดีเหมือนกัน ภายในวิหารไม้ จะมี พระพุทธรูป เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ประดิษฐานอยู่ภายในวิหาร พระพุทธรูปมีนามว่า พระพุทธสันติจิรบรมโลกนาถ นั่นเองค่ะ ส่วนเพดาน และเสาก็จะแกะสลักลวดลายต่างๆ อย่างสวยงดงาม และมีการบรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ ไว้บนพระเมาลี เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ปี พ.ศ. 2546 อีกด้วย                                         การขอพรความรักและการงาน: ผู้คนนิยมมาสักการะ "พระนางจิรประภามหาเทวี" เพื่อขอพรเรื่องความรัก เนื้อคู่ และความราบรื่นในชีวิต #วัดโลกโมฬี  #วัดโลกโมฬีเชียงใหม่  #เชียงใหม่ #chaingmai #unseen
▶
▶ 47.4K ❤ 0 💬 0

วัดโลกโมฬี ตั้งอยู่บน ถนนมณีนพรัตน์ ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ จัดว่าเป็นวัดสวยเก่าแก่แบบล้านนา ที่ยังสวยงามๆ โดยภายในวัดจะมี พระวิหารไม้ ที่แกะสลักด้วยลวดลายแบบโบราณ ประตูทางเข้าวัดก็จะก่อด้วยอิฐ ลักษณะเป็นแบบโค้งมน มีช่องประตูที่อยู่ตรงกันกับพระวิหารไม้ ตรงนี้เป็นมุมยอดฮิตถ่ายรูปสวยเลย นอกจากนี้ ก็ยังมี องค์พระเจดีย์โบราณขนาดใหญ่ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ที่ประดิษฐานอยู่ภายในวัดมากมาย ให้ได้กราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลกัน เจดีย์วัดโลกโมฬี ในปัจจุบันที่เห็นนั้น จะเป็นเจดีย์ที่สร้างในปลายพุทธศตวรรษที่ 21 อายุกว่า 500 ปี ตำนานกล่าวไว้ว่า สร้างขึ้นในสมัยรัชกาล พระเมืองเกศเกล้า เมื่อปี พ.ศ.2071 เป็น เจดีย์ทรงปราสาท ที่ได้มีการพัฒนามาอย่างเรื่อยๆ จนเหมือนที่เห็นในปัจจุบัน อีกไฮไลท์ของวัด ก็คือ การได้ ทรงน้ำพระที่บนยอดเจดีย์ โดยจะทางวัดจะมีรอกให้ตักน้ำและให้เราชักขึ้นไปค่ะ เป็นการทรงน้ำพระที่แปลกดีเหมือนกัน ภายในวิหารไม้ จะมี พระพุทธรูป เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ประดิษฐานอยู่ภายในวิหาร พระพุทธรูปมีนามว่า พระพุทธสันติจิรบรมโลกนาถ นั่นเองค่ะ ส่วนเพดาน และเสาก็จะแกะสลักลวดลายต่างๆ อย่างสวยงดงาม และมีการบรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ ไว้บนพระเมาลี เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ปี พ.ศ. 2546 อีกด้วย การขอพรความรักและการงาน: ผู้คนนิยมมาสักการะ "พระนางจิรประภามหาเทวี" เพื่อขอพรเรื่องความรัก เนื้อคู่ และความราบรื่นในชีวิต #วัดโลกโมฬี #วัดโลกโมฬีเชียงใหม่ #เชียงใหม่ #chaingmai #unseen

สุสานหลวง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เป็นสุสานที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ด้วยมีพระราชประสงค์จะให้ผู้ที่มีความรักใคร่ห่วงใยอย่างใกล้ชิดคือ พระมเหสี เจ้าจอมมารดา และพระราชโอรส พระราชธิดา ได้อยู่รวมกันหลังจากที่ได้ล่วงลับไปแล้ว ในทั่วไปจะเป็นการสร้างอนุสาวรีย์ของพระมเหสีและเจ้าจอมมารดา เพื่อให้ลูกได้อยู่รวมกับแม่หรืออย่างน้อยในบ้านของแม่ เว้นแต่ในกรณีที่พระราชโอรสหรือพระราชธิดาสิ้นพระชนม์ก่อนพระมารดาก็สร้างอนุสาวรีย์ของพระเจ้าลูกเธอพระองค์นั้นไปก่อน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์ เป็นแม่กองก่อสร้างสุสานหลวงขึ้นในที่อุปจารชานกำแพงวัดด้านทิศตะวันตก (ติดกับถนนอัษฎางค์ ริมคลองคูเมืองเดิม นอกเขตกำแพงมหาสีมาธรรมจักรของวัด) ต่อมาเมื่อพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์ สิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 2440 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์เจ้านิลวรรณ เป็นแม่กองจัดทำสืบต่อมา อนุสาวรีย์ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นที่บรรจุพระอัฐิ (กระดูก) และพระสรีรางคาร (เถ้ากระดูก) ไว้นั้นเพื่อเป็นพระบรมราชูทิศพระราชกุศลแก่พระบรมราชเทวี พระราชเทวี เจ้าจอมมารดา พระราชโอรสและพระราชธิดาในพระองค์ มีรูปแบบสถาปัตยกรรมต่าง ๆ กันทั้งพระเจดีย์ พระปรางค์ วิหารแบบไทย แบบขอม (ศิลปะปรางค์ลพบุรี) และแบบโกธิค โดยตั้งอยู่ในสวนซึ่งมีต้นลั่นทมและพุ่มพรรณไม้ต่าง ๆ ปลูกไว้อย่างสวยงาม อนุสาวรีย์ที่สำคัญคือ เจดีย์สีทอง 4 องค์ เรียงลำดับจากเหนือไปใต้ ซึ่งมีชื่อสอดคล้องกันดังนี้ สุนันทานุสาวรีย์ พระราชทานแก่สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี รังษีวัฒนา พระราชทานแก่สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี (สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า) เสาวภาประดิษฐาน พระราชทานแก่สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ (สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง) สุขุมาลนฤมิตร์ พระราชทานแก่พระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระราชเทวี (สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี) นอกจากนี้ยังมีอนุสาวรีย์ที่สำคัญอื่น ๆ ประดิษฐานอยู่ในสุสานหลวงวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามด้วย เช่น พระปรางค์สามยอดแบบลพบุรี (สายราชสกุลยุคล) อนุสาวรีย์เจ้าดารารัศมี พระราชชายา วิหารน้อย (สายเจ้าคุณพระประยุรวงศ์ และเจ้าจอมมารดาโหมด) เป็นต้น สุสานหลวงในปัจจุบันมีจำนวนอนุสาวรีย์ทั้งหมด 34 องค์ และมีการจัดตั้งกองทุนสุสานหลวงวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหารขึ้นมาดูแลรักษาสุสานหลวงให้มีความงดงามเพื่อชนรุ่นหลังได้เข้าชมต่อไป #วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม #สุสานหลวง #รัชกาลที่5 #พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว #วัด
▶
▶ 139.9K ❤ 0 💬 0

สุสานหลวง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เป็นสุสานที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ด้วยมีพระราชประสงค์จะให้ผู้ที่มีความรักใคร่ห่วงใยอย่างใกล้ชิดคือ พระมเหสี เจ้าจอมมารดา และพระราชโอรส พระราชธิดา ได้อยู่รวมกันหลังจากที่ได้ล่วงลับไปแล้ว ในทั่วไปจะเป็นการสร้างอนุสาวรีย์ของพระมเหสีและเจ้าจอมมารดา เพื่อให้ลูกได้อยู่รวมกับแม่หรืออย่างน้อยในบ้านของแม่ เว้นแต่ในกรณีที่พระราชโอรสหรือพระราชธิดาสิ้นพระชนม์ก่อนพระมารดาก็สร้างอนุสาวรีย์ของพระเจ้าลูกเธอพระองค์นั้นไปก่อน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์ เป็นแม่กองก่อสร้างสุสานหลวงขึ้นในที่อุปจารชานกำแพงวัดด้านทิศตะวันตก (ติดกับถนนอัษฎางค์ ริมคลองคูเมืองเดิม นอกเขตกำแพงมหาสีมาธรรมจักรของวัด) ต่อมาเมื่อพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูธเรศธำรงศักดิ์ สิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 2440 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระองค์เจ้านิลวรรณ เป็นแม่กองจัดทำสืบต่อมา อนุสาวรีย์ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเป็นที่บรรจุพระอัฐิ (กระดูก) และพระสรีรางคาร (เถ้ากระดูก) ไว้นั้นเพื่อเป็นพระบรมราชูทิศพระราชกุศลแก่พระบรมราชเทวี พระราชเทวี เจ้าจอมมารดา พระราชโอรสและพระราชธิดาในพระองค์ มีรูปแบบสถาปัตยกรรมต่าง ๆ กันทั้งพระเจดีย์ พระปรางค์ วิหารแบบไทย แบบขอม (ศิลปะปรางค์ลพบุรี) และแบบโกธิค โดยตั้งอยู่ในสวนซึ่งมีต้นลั่นทมและพุ่มพรรณไม้ต่าง ๆ ปลูกไว้อย่างสวยงาม อนุสาวรีย์ที่สำคัญคือ เจดีย์สีทอง 4 องค์ เรียงลำดับจากเหนือไปใต้ ซึ่งมีชื่อสอดคล้องกันดังนี้ สุนันทานุสาวรีย์ พระราชทานแก่สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี รังษีวัฒนา พระราชทานแก่สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี (สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า) เสาวภาประดิษฐาน พระราชทานแก่สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ (สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง) สุขุมาลนฤมิตร์ พระราชทานแก่พระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระราชเทวี (สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี) นอกจากนี้ยังมีอนุสาวรีย์ที่สำคัญอื่น ๆ ประดิษฐานอยู่ในสุสานหลวงวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามด้วย เช่น พระปรางค์สามยอดแบบลพบุรี (สายราชสกุลยุคล) อนุสาวรีย์เจ้าดารารัศมี พระราชชายา วิหารน้อย (สายเจ้าคุณพระประยุรวงศ์ และเจ้าจอมมารดาโหมด) เป็นต้น สุสานหลวงในปัจจุบันมีจำนวนอนุสาวรีย์ทั้งหมด 34 องค์ และมีการจัดตั้งกองทุนสุสานหลวงวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหารขึ้นมาดูแลรักษาสุสานหลวงให้มีความงดงามเพื่อชนรุ่นหลังได้เข้าชมต่อไป #วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม #สุสานหลวง #รัชกาลที่5 #พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว #วัด

ธ สถิตในดวงใจ ตราบนิจนิรันดร์ น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย #องค์ภา #พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา #เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา #สิ้นพระชนม์
▶
▶ 15.8K ❤ 0 💬 0

ธ สถิตในดวงใจ ตราบนิจนิรันดร์ น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย #องค์ภา #พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา #เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา #สิ้นพระชนม์

พระธาตุหล้าหนอง หรือ พระธาตุกลางน้ำ จ.หนองคาย เป็นเจดีย์เก่าแก่ศิลปะล้านช้างที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุฝ่าพระบาท 9 พระองค์ จมอยู่กลางแม่น้ำโขงห่างจากฝั่งประมาณ 200 เมตร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2390 ในช่วงน้ำลด (โดยเฉพาะเดือนเมษายน) จะเห็นยอดฐานพระธาตุโผล่พ้นน้ำ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านนิยมล่องเรือไปกราบไหว้ข้อมูลสำคัญของพระธาตุหล้าหนองที่ตั้ง: กลางแม่น้ำโขง ชุมชนวัดธาตุ เขตเทศบาลเมืองหนองคายสถานะ: เจดีย์จริงจมอยู่ใต้น้ำจากการกัดเซาะของแม่น้ำโขง ส่วนบนฝั่งเป็นองค์จำลองที่สร้างขึ้นใหม่ลักษณะ: ตามบันทึกหักเป็น 3 ท่อน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2390การสักการะ: สามารถเช่าเรือที่ริมฝั่งบริเวณวัดธาตุเพื่อไปกราบไหว้ตรงจุดที่พระธาตุจมลงได้ โดยจะมีบริการผ้าจีวรสำหรับห่มองค์พระธาตุประวัติ: สันนิษฐานว่าสร้างราวพุทธศตวรรษที่ 20-22 เป็นหนึ่งในพระธาตุสำคัญในตำนานพระอุรังคธาตุ #พระธาตุหล้าหนอง #พระธาตุกลางน้ํา #หนองคาย
▶
▶ 40.8K ❤ 0 💬 0

พระธาตุหล้าหนอง หรือ พระธาตุกลางน้ำ จ.หนองคาย เป็นเจดีย์เก่าแก่ศิลปะล้านช้างที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุฝ่าพระบาท 9 พระองค์ จมอยู่กลางแม่น้ำโขงห่างจากฝั่งประมาณ 200 เมตร ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2390 ในช่วงน้ำลด (โดยเฉพาะเดือนเมษายน) จะเห็นยอดฐานพระธาตุโผล่พ้นน้ำ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านนิยมล่องเรือไปกราบไหว้ข้อมูลสำคัญของพระธาตุหล้าหนองที่ตั้ง: กลางแม่น้ำโขง ชุมชนวัดธาตุ เขตเทศบาลเมืองหนองคายสถานะ: เจดีย์จริงจมอยู่ใต้น้ำจากการกัดเซาะของแม่น้ำโขง ส่วนบนฝั่งเป็นองค์จำลองที่สร้างขึ้นใหม่ลักษณะ: ตามบันทึกหักเป็น 3 ท่อน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2390การสักการะ: สามารถเช่าเรือที่ริมฝั่งบริเวณวัดธาตุเพื่อไปกราบไหว้ตรงจุดที่พระธาตุจมลงได้ โดยจะมีบริการผ้าจีวรสำหรับห่มองค์พระธาตุประวัติ: สันนิษฐานว่าสร้างราวพุทธศตวรรษที่ 20-22 เป็นหนึ่งในพระธาตุสำคัญในตำนานพระอุรังคธาตุ #พระธาตุหล้าหนอง #พระธาตุกลางน้ํา #หนองคาย

วัดอาฮงศิลาวาส จ.บึงกาฬ “สะดือแม่น้ำโขง” ซึ่งเป็นจุดที่ลึกที่สุด ของแม่น้ำ 200 เมตร #วัดอาฮงศิลาวาส #บึงกาฬ #แก่งอาฮง #สะดือแม่น้ําโขง #พญานาค
▶
▶ 56.3K ❤ 0 💬 0

วัดอาฮงศิลาวาส จ.บึงกาฬ “สะดือแม่น้ำโขง” ซึ่งเป็นจุดที่ลึกที่สุด ของแม่น้ำ 200 เมตร #วัดอาฮงศิลาวาส #บึงกาฬ #แก่งอาฮง #สะดือแม่น้ําโขง #พญานาค

วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร วัดที่อยู่คูเมืองเชียงใหม่มากว่า 641 ปี #tiktokuni #tiktok #temple #วัด #วัดเจดีย์หลวง วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดเก่าแก่ของเชียงใหม่ ตั้งอยู่กลางใจเมือง และมีชื่อเรียกหลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็น ราชกุฏาคารหรือ วัดโชติการาม สร้างขึ้นมาตั้งแต่ในรัชสมัยของ พระเจ้าแสนเมืองมา กษัตริย์ลำดับที่ 7 แห่งราชวงศ์มังราย ไม่ปรากฏปีที่สร้างแน่ชัด จึงมีการสันนิษฐานว่า วัดแห่งนี้น่าจะสร้างราวปีพุทธศักราช 1928-1945 และมีการบูรณะมาหลายสมัย อีกทั้งยังเคยเป็นที่ประดิษฐาน พระแก้วมรกต ในสมัยพญาแก้ว อีกด้วย แต่เดิมวัดเจดีย์หลวง มีชื่อว่า วัดโชติการามวิหาร แปลว่า พระอารามที่มีแต่ความรุ่งเรืองสว่างไสว เนื่องจากเป็นสถานที่บรรจุพระเกศาธาตุ และพระธาตุขององค์พระโคตมพุทธเจ้า มีเรื่องเล่าต่อกันมาว่าในกาลครั้งหนึ่งเมื่อ พระเจ้าอโศกมหาราช ส่งสมณะทูต 8 รูป ภายใต้การนำ พระโสณะ และ พระอุตตะระ เข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในเขตสุวรรณภูมิ รวมทั้งภูมิภาคนี้ด้วย ได้นำเอาพระบรมธาตุมาบรรจุไว้ในองค์เจดีย์องค์เล็กสูง 3 ศอก ที่สร้างขึ้น ณ บริเวณอันเป็นที่ตั้งของพระธาตุเจดีย์หลวงในปัจจุบัน ในเวลานั้นมีชายผู้หนึ่งอายุ 120 ปี มีใจเลื่อมใส ได้แก้เอาผ้าห่มชุบน้ำมันจุดบูชา และได้ทำนายว่า ต่อไปในภายภาคหน้าตรงนี้จะเป็นอารามใหญ่ชื่อ "โชติการาม" พวกลัวะทั้งหลายเอาข้าวของบูชาพระธาตุพระพุทธเจ้า จึงก่อเจดีย์หลังหนึ่งสูง 3 ศอกไว้เป็นที่สักการบูชา นอกจากนี้ยังมีความหมายอีกนัยหนึ่งของคำว่า "โชติการาม" คือ เวลาที่มีการจุดประทีปโคมไฟไปประดับบูชาองค์พระธาตุเจดีย์หลวง จะปรากฏแสงสีสว่างไสว มองเห็นองค์พระเจดีย์คล้ายเชิงเทียนที่มีเปลวไฟลุกโชติช่วงสว่างไสว ดูแล้วมีความงดงาม สามารถมองเห็นได้แต่ไกล ต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อมาเป็น "วัดเจดีย์หลวง" เนื่องจากในภาษาเหนือ หรือคำเมือง หลวงแปลว่า "ใหญ่" หมายถึง พระธาตุเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ เสาอินทขิล สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง วัดเจดีย์หลวง เป็นพระอารามหลวงแบบโบราณ ประดิษฐาน เสาอินทขิล สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ ตั้งแต่ในอดีต มีตำนานเล่าว่า เมื่อสมัยก่อนนั้น บริเวณที่ตั้งของเมืองเชียงใหม่เป็นที่ตั้งเมืองของพวกลัวะ ซึ่งมักจะถูกผีร้ายรบกวน จนเดือดร้อนกันไปทั่วทั้งเมือง  พระอินทร์ทรงเล็งเห็นความเดือดร้อนของพลเมือง ก็เลยช่วยเหลือโดยการบอกให้ชาวเมืองถือศีลรักษาคำสัตย์  บ้านเมืองถึงจะรอดพ้นจากอันตราย ชาวเมืองก็เชื่อฟัง และปฏิบัติตาม เมื่อพระอินทร์เห็นเช่นนั้น เลยบันดาลให้เกิดบ่อเงินบ่อทองและบ่อแก้วขึ้นภายในเมือง และให้ชาวเมืองอธิษฐานตามสมปรารถนา ต่อมาชาวเมืองลัวะ ได้ขอ เสาหลักเมือง ที่ทำด้วยศิลาแท่งทึบจากพระอินทร์มา เสาหลักเมืองจึงได้ชื่อว่า เสาอินทขิล ที่ในปัจจุบันนั้น ตั้งอยู่กึ่งกลางวิหารจตุรมุขศิลปะแบบล้านนา ที่เป็นเสาอิฐก่อปูนติดกระจกสี สูง 2 เมตร โดยมี พระพุทธรูปทองสำริดปางรำพึง อยู่ใกล้ๆ กันด้วย พระเจดีย์หลวง มีขนาดกว้างด้านละ 60 เมตร เป็นองค์พระเจดีย์ที่มีความสำคัญที่สุดองค์หนึ่งในเชียงใหม่ เมื่อก่อนนั้นถือว่าเป็นศูนย์กลางทางการปกครองของอาณาจักรล้านนา โดยในปัจจุบันคงเหลือสภาพเพียงครึ่งองค์ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่ใน สมัยพระนางจิรประภาเทวี รัชกาลที่ 15 แห่งราชวงศ์มังราย] มีการสันนิษฐานว่าเจดีย์อาจมีความสูงถึง 80 เมตร ซึ่งทำให้เป็น เจดีย์ที่สูงที่สุดในภาคเหนือ ในช่วงเวลาดังกล่าวนั่นเอง
▶
▶ 55.2K ❤ 0 💬 0

วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร วัดที่อยู่คูเมืองเชียงใหม่มากว่า 641 ปี #tiktokuni #tiktok #temple #วัด #วัดเจดีย์หลวง วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดเก่าแก่ของเชียงใหม่ ตั้งอยู่กลางใจเมือง และมีชื่อเรียกหลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็น ราชกุฏาคารหรือ วัดโชติการาม สร้างขึ้นมาตั้งแต่ในรัชสมัยของ พระเจ้าแสนเมืองมา กษัตริย์ลำดับที่ 7 แห่งราชวงศ์มังราย ไม่ปรากฏปีที่สร้างแน่ชัด จึงมีการสันนิษฐานว่า วัดแห่งนี้น่าจะสร้างราวปีพุทธศักราช 1928-1945 และมีการบูรณะมาหลายสมัย อีกทั้งยังเคยเป็นที่ประดิษฐาน พระแก้วมรกต ในสมัยพญาแก้ว อีกด้วย แต่เดิมวัดเจดีย์หลวง มีชื่อว่า วัดโชติการามวิหาร แปลว่า พระอารามที่มีแต่ความรุ่งเรืองสว่างไสว เนื่องจากเป็นสถานที่บรรจุพระเกศาธาตุ และพระธาตุขององค์พระโคตมพุทธเจ้า มีเรื่องเล่าต่อกันมาว่าในกาลครั้งหนึ่งเมื่อ พระเจ้าอโศกมหาราช ส่งสมณะทูต 8 รูป ภายใต้การนำ พระโสณะ และ พระอุตตะระ เข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในเขตสุวรรณภูมิ รวมทั้งภูมิภาคนี้ด้วย ได้นำเอาพระบรมธาตุมาบรรจุไว้ในองค์เจดีย์องค์เล็กสูง 3 ศอก ที่สร้างขึ้น ณ บริเวณอันเป็นที่ตั้งของพระธาตุเจดีย์หลวงในปัจจุบัน ในเวลานั้นมีชายผู้หนึ่งอายุ 120 ปี มีใจเลื่อมใส ได้แก้เอาผ้าห่มชุบน้ำมันจุดบูชา และได้ทำนายว่า ต่อไปในภายภาคหน้าตรงนี้จะเป็นอารามใหญ่ชื่อ "โชติการาม" พวกลัวะทั้งหลายเอาข้าวของบูชาพระธาตุพระพุทธเจ้า จึงก่อเจดีย์หลังหนึ่งสูง 3 ศอกไว้เป็นที่สักการบูชา นอกจากนี้ยังมีความหมายอีกนัยหนึ่งของคำว่า "โชติการาม" คือ เวลาที่มีการจุดประทีปโคมไฟไปประดับบูชาองค์พระธาตุเจดีย์หลวง จะปรากฏแสงสีสว่างไสว มองเห็นองค์พระเจดีย์คล้ายเชิงเทียนที่มีเปลวไฟลุกโชติช่วงสว่างไสว ดูแล้วมีความงดงาม สามารถมองเห็นได้แต่ไกล ต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อมาเป็น "วัดเจดีย์หลวง" เนื่องจากในภาษาเหนือ หรือคำเมือง หลวงแปลว่า "ใหญ่" หมายถึง พระธาตุเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ เสาอินทขิล สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง วัดเจดีย์หลวง เป็นพระอารามหลวงแบบโบราณ ประดิษฐาน เสาอินทขิล สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ ตั้งแต่ในอดีต มีตำนานเล่าว่า เมื่อสมัยก่อนนั้น บริเวณที่ตั้งของเมืองเชียงใหม่เป็นที่ตั้งเมืองของพวกลัวะ ซึ่งมักจะถูกผีร้ายรบกวน จนเดือดร้อนกันไปทั่วทั้งเมือง  พระอินทร์ทรงเล็งเห็นความเดือดร้อนของพลเมือง ก็เลยช่วยเหลือโดยการบอกให้ชาวเมืองถือศีลรักษาคำสัตย์  บ้านเมืองถึงจะรอดพ้นจากอันตราย ชาวเมืองก็เชื่อฟัง และปฏิบัติตาม เมื่อพระอินทร์เห็นเช่นนั้น เลยบันดาลให้เกิดบ่อเงินบ่อทองและบ่อแก้วขึ้นภายในเมือง และให้ชาวเมืองอธิษฐานตามสมปรารถนา ต่อมาชาวเมืองลัวะ ได้ขอ เสาหลักเมือง ที่ทำด้วยศิลาแท่งทึบจากพระอินทร์มา เสาหลักเมืองจึงได้ชื่อว่า เสาอินทขิล ที่ในปัจจุบันนั้น ตั้งอยู่กึ่งกลางวิหารจตุรมุขศิลปะแบบล้านนา ที่เป็นเสาอิฐก่อปูนติดกระจกสี สูง 2 เมตร โดยมี พระพุทธรูปทองสำริดปางรำพึง อยู่ใกล้ๆ กันด้วย พระเจดีย์หลวง มีขนาดกว้างด้านละ 60 เมตร เป็นองค์พระเจดีย์ที่มีความสำคัญที่สุดองค์หนึ่งในเชียงใหม่ เมื่อก่อนนั้นถือว่าเป็นศูนย์กลางทางการปกครองของอาณาจักรล้านนา โดยในปัจจุบันคงเหลือสภาพเพียงครึ่งองค์ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่ใน สมัยพระนางจิรประภาเทวี รัชกาลที่ 15 แห่งราชวงศ์มังราย] มีการสันนิษฐานว่าเจดีย์อาจมีความสูงถึง 80 เมตร ซึ่งทำให้เป็น เจดีย์ที่สูงที่สุดในภาคเหนือ ในช่วงเวลาดังกล่าวนั่นเอง

ขอเชิญชม มนต์ขลังของวัดแรกแห่งกรุงศรีอยุธยา วัดพุทไธสวรรย์#วัดพุทไธศวรรย์#อยุธยา#ศรีอโยธยา#battery776#tiktok#fyp#ayutaya#บุพเพสันนิวาส
▶
▶ 326.5K ❤ 0 💬 0

ขอเชิญชม มนต์ขลังของวัดแรกแห่งกรุงศรีอยุธยา วัดพุทไธสวรรย์#วัดพุทไธศวรรย์#อยุธยา#ศรีอโยธยา#battery776#tiktok#fyp#ayutaya#บุพเพสันนิวาส

ครั้งเดียวกับการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุทั้งสามแผ่นดิน จากประเทศศรีลังกา  อินเดีย  และไทยมารวมกันเพื่อให้กราบสักการะ  ณ สำนักสงฆ์ป่าเทสรังสี มหาวิโร คลอง15 นครนายก ระหว่างวันที่ 1-11 พ.ค.69 เวลา 08.00 - 20.00 น. #วัดป่าคลอง15 #วัดป่าเทสก์รังสีมหาสีโรคลอง15 #นครนายก #พระบรมสารีริกธาตุ
▶
▶ 30.3K ❤ 0 💬 0

ครั้งเดียวกับการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุทั้งสามแผ่นดิน จากประเทศศรีลังกา อินเดีย และไทยมารวมกันเพื่อให้กราบสักการะ ณ สำนักสงฆ์ป่าเทสรังสี มหาวิโร คลอง15 นครนายก ระหว่างวันที่ 1-11 พ.ค.69 เวลา 08.00 - 20.00 น. #วัดป่าคลอง15 #วัดป่าเทสก์รังสีมหาสีโรคลอง15 #นครนายก #พระบรมสารีริกธาตุ

الأسئلة الشائعة

كم عدد متابعي อนุสิทธิ์พาเที่ยววัด&โบราณสถาน؟

حتى 2026-10-08، لدى อนุสิทธิ์พาเที่ยววัด&โบราณสถาน (@combat1982) 75.5K متابع على تيك توك.

ما سرعة نمو อนุสิทธิ์พาเที่ยววัด&โบราณสถาน على تيك توك؟

−100 متابع في آخر 19 يومًا. التوقع: 75.5K متابع خلال 7 أيام، 75.3K خلال 30 يومًا (2.7M إعجاب).

صناع محتوى مشابهون

أفضل صناع محتوى تيك توك في تايلاند

عرض الكل →
TEN YUJIN @ten_yujin
#3

Global creator | Fashion • Lifestyle • K-pop 📍Bangkok / Almaty 👇🏻 Links 👇🏻 Co-op: Tenyuji…

المتابعون
20.6M
الإعجابات
772.4M
المشاهدات
1.7M
التفاعل
0.8%
อะต๋อม @atom2255
#7

ติดต่องาน:ID atom_tattapol Mail | wensiying@boomsj.net FB: ทัตพล ชุมแสง IG : atom_tattapol…

المتابعون
15M
الإعجابات
539.1M
المشاهدات
25.5M
التفاعل
0.8%